วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ยาสบายพุง

สวัสดีครับคุณพ่อมือใหม่


            ในบทความที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงของที่ "จำเป็น" ต้องใช้ในช่วงแรกๆ ของการกลับบ้านวันแรกๆ พอสักระยะคุณพ่อ คุณแม่ก็จะทราบเองว่าเรายังต้องการอะไรอีก หลังจากนี้ค่อยซื้อหาเพิ่มเติมก็ไม่ผิดอะไร วันนี้ผมจะมาขยายความเรื่องของยาสองชนิดที่เขียนไว้ในตอนที่แล้ว ยาสองชนิดนี้มีหน้าที่อย่างเดียวเลยคือทำให้เจ้าตัวน้อยนั้นสบายพุง


            สมัยโบราณนั้น ไม่ค่อยมีหยุกยาเหมือนสมัยนี้ และเด็กก็มักจะกินนมแม่ การคงความสมดุลย์ของเจ้าตัวเล็กจึงอยู่ที่อาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไป ยิ่งคนไทยเราชอบใช้อาหารเป็นยา การกินของแม่จึงส่งผลโดยตรงกับคุณลูกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในสมัยโบราณคุณแม่จะต้องรับประทานอาหารเรียกน้ำนม เช่น แกงเลียง แกงหัวปลี ถ้าลูกท้องขึ้น ก็ต้องรับประทานในกระเพรา สะระแหน่ ถ้าลูกท้องผูก ก็ต้องรับประทานมะละกอเป็นต้น
            แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ประกอบกับความก้าวหน้าในวงการแพทย์ บวกกับภาวะขาดนม หรือกลั้นนมของคุณแม่จากปัจจัยแวดล้แม เด็กๆ สมัยนี้จึงจำเป็นที่จะต้องพึ่งพายาอยู่สองประเภท ทีนี้เรามาพูดกลไกในร่างกายกันก่อน ตามปกติแล้วถ้าเด็กดูดนมแม่นั้นจะได้เปรียบแทบทุกประการ เพราะอุณหภูมิเหมาะสม ย่อยง่าย มีน้ำผสมอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ ในกรณีที่เด็กดูดนมขวด แน่นอนครับ ความเหมาะสมก็น้อยลงตามปัจจัย การย่อยนมก็ทำได้ไม่เต็มที่ และเด็กยัดดูดอากาศในขวดนมเข้าไปด้วย เจ้าตัวน้อยของเราจึงมักเกิดอาการ "ท้องอืด หรือ ท้องขึ้นนั่นเอง"
            จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กท้องขึ้น - การแสดงออกของเด็กแรกคลอดที่ท้องขึ้นนั้นแตกต่างกัน แต่อยากจะให้คุณพ่อสังเกตุจากคามถี่ ห่างในการอุจจาระ ถ้าเด็กไปตดเลย และเว้นการอุจจาระมาเกิน 1 วันก็ต้องคิดถึงสภาวะปวดท้องจากอาการท้องขึ้นไว้ก่อนครับ ส่วนมากเด็กที่ท้องขึ้นนั้นจะร้องไม่หยุด ปฏิเสธการดูดนม น้ำ หรือดูดนิดหน่อย แล้วก็ร้องต่อ เวลาร้องมือ เท้าจะเกร็ง เรียกว่าร้องหน้าดำหน้าแดงเลยหล่ะ ก็คนมันปวดท้องนี่ครับ

            มหาหิงค์ - ยาสามัญประจำชาติเราที่มีใช้กันมานานครับ ขอบอกว่ากลิ่นของมหาหิงค์นั้นรุนแรงมาก คนที่ไม่ชอบนี่ถึงขั้นวิ่งหนีกันเลยทีเดียว หลักการใช้งานก็ง่ายมากๆ ทาบางๆ บริเวณท้องเด็ก แต่อย่าให้โดนสะดือนะครับ บางสูตรเค้าจะให้ทาที่ฝ่ามือ และฝ่าเท้าเด็กด้วย ผมก็ทาครับเชื่อไว้ไม่เสียหลาย การทำงานของยาก็ใช้หลักการดูดซึมผ่านผิวหนัง ทำให้ระบบย่อยของเจ้าหนูขับลมออกมา เป๊บเดียวปุ๋งๆๆๆ เดี๋ยวนี้เค้ามีทั้งแบบชุบสำลี และแบบโรลออนใช้สะดวกครับ คำเตือน อย่าทามหาหิงค์มาก และบ่อยจนเดกินไป เพราะจะทำให้ผิวของเจ้าตัวเล็กด้านได้นะครับ
            วู๊ดเวิร์ด ไกรท์วอลเตอร์ - อันนี้ขออนุญาตลงชื่อยานะครับ เพราะไม่รู้จะหลบเลี่ยงยังไง อันนี้ก็ถือเป็นยาที่มีมานานอีกตัวหนึ่ง การทำงานง่ายแสนง่าย คือการรับประทาน จะผสมกันนม น้ำ หรือหยอดใส่ปากเลยก็ได้ โดยเด็กเล็กใช้ในปริมาณ ครึ่งช้อนชานะครับ การทำงานก็เหมือนยาธาตุของผู้ใหญ่ หลังจากเด็กได้รับยาก็จะเริ่ม เรอ หรือ ปุ๋งๆ เดี๋ยวก็สบายตัว
            การป้องกัน - หลังจากทานนมไม่ว่าจะเป็นนมแม่ หรือนมขวด เราควรอุ้มพาดบ่าให้เจ้าตัวน้อยได้เรอออกมาครับ อุ้มเค้าเดินบ้าง อย่าให้นอนติดเบาะจนนานเกินไปนัก บางคนใช้วิธีผสมไกรท์วอลเตอร์ลงในนม หรือน้ำให้เด็ดดูดทุกวันเลยก็มี

            ถ้าทาหมาหิงค์ ให้กินไกรท์ วอลเตอร์แล้วเด็กยังร้องไม่หยุด ก็อาจจะจำเป็นต้องพาไปพบแพทย์นะครับ
พิศุทธิ์ บุญทรง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น